บทวิเคราะห์ราคาทอง 13 ธันวาคม 2561 ภาคบ่าย

ราคาทอง ช่วงเช้าแกว่งตัวในกรอบแคบ มีปัจจัยบวกจากเงินปอนด์ฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ หลังนางเทเรซา เมย์ นายกฯอังกฤษรอดพ้นจากการลงมติไม่ไว้วางใจภายในพรรคอนุรักษ์นิยม โดยเธอจะสามารถดํารงตําแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไปได้อีกอย่างน้อย 1 ปี เพราะตามกฎของพรรคแล้ว การลงมติไม่ไว้วางใจสามารถทําได้เพียงปี ละ 1 ครั้ง

ทั้งนี้ นางเทเรซา เมย์ กล่าวหลังจากทราบผลคะแนนว่า จะเดินหน้าผลักดันกระบวนการ Brexit และจะกลับไปเจรจากับ EU เกี่ยวกับข้อตกลงอีกครั้งในวันนี้ (13 ธ.ค.) นอกจากนี้ สกุลเงินยูโรฟื้นตัวขึ้น หลังนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต ของอิตาลีเสนอลดเป้าหมายยอดขาดดุลงบประมาณปี หน้าลงสู่ระดับ 2.04% ของจีดีพี ลดลงจากเดิมวางเป้าขาดดุลไว้ที่ 2.4%ของจีดีพี ส่งผลให้โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ระบุว่า มีความคืบหน้าที่ดีเกิดขึ้น โดย EC จะประเมินข้อเสนอที่ได้รับในช่วงบ่ายวันนี้

อย่างไรก็ตามราคาทองคําอาจปรับตัวขึ้นได้ในกรอบจํากัดเพื่อรอผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป(ECB)และแถลงการณ์ประธานอีซีบีในวันนี้  หากส่งสัญญาณใช้นโยบายเชิงผ่อนคลายต่อไปอาจกลับมากดดันยูโรและทองคํา ด้านปัจจัยทางเทคนิคประเมินว่า หากราคาทองคํายังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แสดงว่าเป็ นเพียงแรงดีดตัวขึ้นระยะสั้น และอาจทําให้เกิดการอ่อนตัวลงโดยประเมินแนวรับบริเวณที่ 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง จึงแนะนํากลยุทธ์การลงทุนในกรอบราคา โดยเข้าซื้อเมื่อราคาทองคําอ่อนตัวลงและสามารถยืนเหนือโซน 1,236-1,233 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง ตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,221 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแบ่งขายทํากําไรหากราคาทองคําไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,256 ดอลลาร์ต่อออนซ์

บทวิเคราะห์ ราคาทอง ภาคค่ำ 27 สิงหา 2561

จากราคาทองภาคบ่าย ที่ยังไม่ขยับ ธนาคารกลางจีนปรับวิธีในการกําหนดค่ากลางหยวนรายวัน ซึ่งถือว่ามาตรการพยุงค่าเงินหยวน ส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง สวนทาง กับหยวนที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ครึ่งวันนี้ นอกจากนี้ นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ ยังเตือนเกี่ยวกับแผนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟดว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกแม้แต่เพียงครั้งเดียว อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ได้เพิ่มแรงกดดันต่อ ดอลลาร์สหรัฐจนเพิ่มมุมเชิงบวกต่อราคาทองคํา อย่างไรก็ตามราคาทองคําในประเทศได้รับแรงกดดันจาก ค่าเงินบาทที่แข็งค่าหลุดระดับ 32.50 บาทต่อ ดอลลาร์ แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 2 เดือน ทั้งนี้ แนะนํานักลงทุนรอเข้าซื้ออีกครั้งหากราคามีการย่อตัวลงมาไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,194-1,182 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคารักษาระดับไว้ได้ก็เป็นจุดที่น่าเข้าซื้อเพื่อเก็งกําไรจากการดีดตัว โดยอาจแบ่งทองคําออกขายทํากําไรเพียงบางส่วนหาก ราคาดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,217 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอเข้าซื้ออีกครั้งหากราคามีการย่อตัวลง

บทวิเคราะห์ราคาทองภาคค่ำ 16 กรกฎาคม 2561

จากราคาทองภาคบ่าย มีการหารือ Brexit อย่างต่อเนื่องของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งต่อสู้เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองของเธอแม้ว่าจะหนุนสกุลเงิน ปอนด์ ปรับขึ้นเล็กน้อยจนหนุนสกุลเงินยูโรและราคาทองคำ แต่นักลงทุนรอดูผลกระทบจากการที่สมาชิกสภานิติบัญญัติจะลงมติเกี่ยวกับการแก้ไข

ร่างกฎหมายว่าด้วยระบบศุลกากร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนซอฟต์ เบร็กซิต (Soft Brexit) ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมเกี่ยวกับการจัดตั้งเขตการค้าเสรีกับ สภาพยุโรป (EU) แต่ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แสดงความเห็นว่า แผนซอฟต์ เบร็กซิต (Soft Brexit) ของนางเทเรซา เมย์ อาจทำลายข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหรัฐ จนกดดันเงินปอนด์อ่อนค่าลง

ทั้งนี้ หากราคาทอง ไม่สามารถผ่านโซน 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรออกมาอาจเห็นการปรับตัวลงของราคาทองคำ โดยประเมินแนวรับที่ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาสามารถ ผ่านแนวต้านแรกไปได้ ประเมินว่าจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,261 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคำในช่วงก่อนหน้าอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบครอบเพื่อควบคุมความเสี่ยง

อัพเดตราคาทองวันนี้