ต้องท้องเสียแบบไหน ถึงต้องกินยาฆ่าเชื้อ ?

ต้องท้องเสียแบบไหน ถึงต้องกินยาฆ่าเชื้อ ?

ถึงแม้ว่าตอนนี้ฝนฟ้าจะร่วงกระหน่ำตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งก็เป็นสัญญาณการผ่านไปของหน้าร้อน ถึงแม้สภาพอากาศจะปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีโรคบางโรคที่เป็นผลเสียสุขภาพของเราไม่ได้ติดตามอากาศร้อนออกไปด้วย อย่าง โรคท้องเสียท้องร่วง เนื่องจากอากาศที่ร้อนเป็นต้นเหตุทำให้อาหารบูด อาหารเสียได้เร็วกว่าเดิมที่ควรจะเป็น บางคนก็กินเข้าไปโดยที่ไม่รู้ จนเกิดอาการท้องเสียแบบไม่ทันตั้งตัว

ตามความเข้าใจที่ทำต่อๆ กันมา ผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียนั้นคิดกันว่าหากท้องเสียก็ต้องกินยาฆ่าเชื้อ เพื่อที่ตัวยานั้นจะได้เข้าไปกำจัดเชื้อต่างๆ ที่อยู่ภายในลำไส้ทำให้หยุดถ่าย แต่ต้องขอบอกเอาตรงนี้เลยว่า เวลาที่เรามีอาการท้องเสีย ไม่จำเป็นต้องกินยาฆ่าเชื้อทุกครั้งไป จะยังไง ลองมาดูไปพร้อมๆ กัน

ท้องเสียแบบไหน ถึงต้องกินยาฆ่าเชื้อ

  1. ถ่ายเป็นเลือด มูกเลือด หรือถ่ายออกมาเป็นน้ำซาวข้าวแค่ครั้งเดียวภายใน 24 ชั่วโมง
  2. ถ่ายเหลว มาพร้อมๆ กับอาการไข้ที่ขึ้นสูง
  3. ถ่ายเหลวจนผิดปกติตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง

แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง อาทิ อุจจาระมีมูกปน มีกลิ่นเหม็นคล้ายกับหัวกุ้งเน่า มีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีไข้ขึ้นสูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส ประกอบกับการที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว อาจเป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี หรือผู้สูงอายุ โดยมีอาการท้องเสียนานกว่า 48 ชั่วโมง จะต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วยเพื่อเข้ารับการรักษาให้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นผู้ป่วยอาจเป็นอันตรายได้

อย่าซื้อ ! ยาช่วยให้หยุดถ่ายมากินเองเด็ดขาด

เนื่องจากอาการท้องเสียท้องร่วงที่มีการติดต่อเชื้อ อาจรุนแรงจนไปถึงติดเชื้อในกระแสเลือดได้ อาการแทรกซ้อนอื่นๆ ก็จะตามมา หากมีการถ่ายมากจนเกิดอาการช็อกจากการสูญเสียน้ำในร่างกายที่มากเกินไป ก็อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เราจะมาจัดการปัญหาเหล่านี้ด้วยตัวเอง ควรให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง สังเกตอาการ ไม่ควรละเลยปล่อยให้ตัวเองเป็นหนัก ให้ไปพบแพทย์จะดีที่สุด